“เศรษฐกิจพอเพียง” หนทางแห่งความสุขจากพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย

เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พ่อหลวงอันเป็นที่รักและเทิดทูนของเหล่าพสกนิกรชาวไทย ท่านได้ทรงชี้แนะให้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตแก่ประชาชนของพระองค์ให้ดำเนินชีวิตได้ด้วยความยั่งยืนมั่นคง แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปเพียงใดก็ตาม การดำเนินชีวิตในแบบเศรษฐกิจพอเพียงคือสามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่เสี่ยงต่อผลกระทบที่มีอยู่รอบตัว ตั้งมั่นอยู่บนความมีเหตุผล มีความพอประมาณ มีความขยันหมั่นเพียร อดทนอดกลั้น ดำเนินชีวิตอย่างมีสติ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ทั้งตนเองและผู้อื่น หลักง่าย ๆ ในการประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น มีดังนี้ – เอื้อเฟื้อและสามัคคี เราทุกคนเกิดมาล้วนแล้วแต่ต้องมีสังคม มีญาติ มีเพื่อนฝูง มีผู้คนที่อยู่รอบข้าง ดังนั้นการที่เราจะใช้ชีวิตร่วมกับ ผู้อื่นได้ก็ต้องมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เรามีน้ำใจให้เขา เขาก็จะมีน้ำใจให้เรา ก็ทำให้เกิดความรู้สึกอันดีต่อกัน รักใคร่ปรองดองสามัคคีกัน ก็จะทำให้สังคมที่เราอยู่เกิดความสงบสุขขึ้นนั่นเอง – คุณความดีให้ยึดมั่น ทุกวันนี้สิ่งยั่วยุในสังคมมีมากมายที่จะก่อให้เกิดการทำชั่วได้ง่าย ๆ แต่หากใจเราตั้งมั่นอยู่ในคุณงามความดี มีหิริโอตตัปปะ มีความเกรงกลัวและละอายต่อบาป ไม่พ่ายแพ้ต่อกิเลสใด ๆ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เราดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อตนเองและผู้อื่น – ใช้จ่ายอย่างพอประมาณ ใช้จ่ายเงินที่มีอยู่อย่างประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่อยากได้อยากมีจนเกินตัว เช่น เห็นคนอื่นเขาใช้กระเป๋าแพง ๆ ยี่ห้อ ดัง …

เรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่หลายคนไม่เคยรู้

ปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ในเรื่องที่ต้องการให้คนไทยรู้จักการใช้จ่ายอย่างประหยัด พอดีตน หรือไม่ใช่จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับตัวเอง แต่ในที่นี้ก็ไม่ได้หมายถึงให้ทุกคนนั้นต้องประหยัดสุดๆ แค่ให้ใช้เงินตามกำลังที่ตัวเองพึงหาและกระทำได้ ซึ่งหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นประกอบไปด้วย 5 ส่วน สำคัญ ดังนี้ 1. กรอบแนวคิด – เป็นปรัชญาที่แนะนำในเรื่องของการใช้ชีวิตและการดำรงอยู่ รวมไปถึงการปฏิบัติตัวเองในสิ่งที่เหมาะสม ซึ่งพื้นฐานแรกก็มาจากการใช้ชีวิตในสังคมไทย สามารถที่จะนำมาประยุกต์ใช้ได้ตามความเหมาะสม สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นการมองโลกในลักษณะที่เข้าใจว่าโลกเองมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นในเรื่องของการเอาตัวรอดจากปัญหาต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดความมั่นคงและความยั่งยืนต่อการพัฒนา 2. คุณลักษณะ – เศรษฐกิจพอเพียง เป็นสิ่งที่ทุกๆ คนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม เน้นไปที่เรื่องของการเดินสายกลางและการพัฒนาในเรื่องต่างๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน 3. คำนิยาม – ความพอเพียงที่เป็นสูตรสำเร็จจะต้องประกอบไปด้วย 3 คุณลักษณะสำคัญ ดังนี้ 3.1 ความพอประมาณ – คือความที่เป็นอยู่อย่างพอดี ไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไปจนทำให้รู้สึกว่าเป็นการเบียดเบียนตัวเองหรือคนอื่นๆ อาทิ เรามีเงินเท่าไหร่เราก็รู้จักการใช้ให้เหมาะสมกับตัวเอง มีเงินเยอะก็สามารถใช้เยอะได้แต่ก็ต้องรู้จักเก็บเลือกใช้ในสิ่งที่ต้องการ หรือถ้าหากมีเงินน้อยก็เลือกใช้อย่างพอดีตนไม่ฟุ้งเฟ้อจนเกินไป 3.2 ความมีเหตุผล – เป็นการตัดสินใจในเรื่องของความพอเพียงด้านต่างๆ จะต้องเป็นสิ่งที่มาจากเหตุผล ซึ่งต้องพิจารณาจากปัจจัยโดยรอบที่มีความเกี่ยวข้องและยังต้องพูดถึงผลต่างๆ ที่คาดว่าจะได้รับด้วยในการที่เรากระทำสิ่งนั้นลงไป 3.3 …

การเลี้ยงกุ้งก้ามแดง ตามหลักในหลวงรัชกาลที่ 9

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ทรงถือได้ว่าเป็นกษัตริย์ที่คนไทยทุกคนรักยิ่งกว่าชีวิตเพราะพระองค์ท่านทรงงานอันเหน็ดเหนื่อยแก่ปวงชนชาวไทยมาตลอดชีวิต ทรงดำริสิ่งต่างๆ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีโครงการต่างๆ มากมายที่ทรงสร้างขึ้นมาเพื่อพี่น้องชาวไทย และหนึ่งในโครงการที่พระองค์ทรงทำให้กับคนไทยนั่นก็คือ การทำให้คนไทยรู้จักการเลี้ยงกุ้งก้ามแดง กุ้งก้ามแดง หรือที่บางคนเรียกว่า ล็อบสเตอร์น้ำจืด มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cherax quadricarinatus ได้เริ่มมีการทดลองและทำการวิจัยเพื่อหวังจะเลี้ยงให้ได้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 โดยการทดลองเริ่มแรกนั้นได้ทำการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงในบริเวณนาข้าวของเกษตรกรที่เป็นชาวเขา ที่บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่ ซึ่งนาข้าวที่เลี้ยงกุ้งก้ามแดงนี้ไว้นั้นเป็นนาข้าวของชาวเขาชนเผ่ากะเหรี่ยงที่ปลูกข้าวเอาไว้กินกันเองภายในครอบครัว และจากการทดลองเลี้ยงก็ได้เห็นว่ากุ้งก้ามแดงนั้นสามารถที่จะเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี มีอัตราในการมีชีวิตอยู่ที่ค่อนข้างดี ไม่ไปกัดกินหรือทำลายต้นข้าว มีประโยชน์ในส่วนมูลของกุ้งก้ามแดงยังสามารถที่จะนำไปทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้อีกด้วย ตรงส่วนนี้ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นข้าวนั้นเจริญงอกงามได้ดี มีผลผลิตที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว ทำให้เห็นผลชัดเจนว่าการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงนั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก ด้วยความที่กุ้งก้ามแดงเป็นกุ้งที่มีรสชาติอร่อย มีลักษณะคล้ายเนื้อปู ทำให้กลายเป็นที่นิยมของคนไทยได้ไม่ยาก จริงๆ แล้วหากต้องการที่จะพบเห็นตามธรรมชาติ สามารถพบเห็นได้ในแถบอเมริกาเหนือ, อเมริกาใต้, ยุโรป, เอเชียตะวันออก, นิวกินี และออสเตรเลีย ซึ่งหากมองรวมๆ แล้วกุ้งชนิดนี้มีสายพันธุ์มากมายกว่า 300 ชนิดเลยทีเดียว โดยขนาดของกุ้งก้ามแดงที่สามารถกินได้จะมีน้ำหนักตั้งแต่ครึ่งกิโลกรัมไปจนถึง 2 กิโลกรัม เลยทีเดียว จากการทดลองเลี้ยงนี้ทำให้สามารถระบุได้ว่า เกษตรกรเองสามารถที่จะเลี้ยงกุ้งก้ามแดงผสมผสานไปกับการทำนาข้าวได้ โดยสามารถปล่อยกุ้งลงไปพร้อมๆ …

การทำไร สวน แบบผสม ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศแห่งเกษตรกรรม เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของการทำเกษตร ซึ่งในอดีตแม้ว่าคนไทยจะเข้าใจในการทำเกษตรแบบต่างๆ มาอย่างยาวนาน แต่ก็ยังถือว่าใช้ประโยชน์จากพื้นที่หรือใช้ประโยชน์จากการทำเกษตรตรงจุดที่ทำไม่ได้อย่างเต็มที่ จนเมื่อทุกคนได้มารู้จักกับเศรษฐกิจพอเพียง และการดำรงชีวิตตามหลักแนวคิดแบบเศรษฐกิจพอเพียง นั่นทำให้รู้ขึ้นมาได้เลยว่าจริงๆ แล้วการทำไร สวน แบบผสม ก็ถือว่าเป็นความพอเพียงในการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จริงๆ แล้วเรื่องของคำว่าการทำไร่ สวน แบบผสม ไม่ได้มีคำจัดความที่แน่นอนหรือตายตัวว่าคุณจะต้องปลูกพืชชนิดไหนหรือว่าต้องทำอย่างไรบ้าง แต่ความสำคัญและถือเป็นหัวใจหลักของการทำไร่ สวน แบบผสมก็คือควรจะต้องใช้พื้นที่ในบริเวณที่ทำให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด เลือกเอาพันธุ์ไม้หลายๆ ชนิดที่มีประโยชน์ต่อพื้นที่นั้นมาปลูก หรืออาจจะใช้การเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ดังกล่าว ไปด้วยก็ได้ ปัจจัยสำคัญก็คือทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกเอามาอยู่ในพื้นที่บริเวณนั้นจะต้องเป็นสิ่งที่เกื้อหนุนและอุ้มชูซึ่งกันและกัน อะไรที่มันจะขัดกันหรือมีโอกาสทำให้ผลผลิตที่จะได้ออกมาน้อยลงก็อย่าเลือกที่จะทำ โดยส่วนมากของการทำไร่สวน แบบผสม คนที่ทำก็จะมีพืชพันธุ์หลากหลายชนิดที่ถูกปลูกอยู่ในพื้นที่บริเวณดังกล่าว อาทิ พืชจากป่า, ไม้ผล, ไม้ยืนต้น, พืชสวนครัว รวมไปถึงสมุนไพรด้วย และยังมีอื่นๆ อีกมากมาย หรืออาจจะเป็นการเลี้ยงปลาในร่องสวน ร่องนา การเพาะพันธุ์ปลาในบ่อปลาที่อยู่ในพื้นที่ก็สามารถเป็นสิ่งที่สร้างไร่ สวน แบบผสมได้อย่างง่ายๆ ที่สำคัญคือการทำไร่สวน แบบผสมนี้ จะต้องเข้าใจในพื้นที่บริเวณนั้นๆ เป็นอย่างดีก่อนว่ามีสภาพพื้นที่เป็นอย่างไร ดินเป็นอย่างไร ฝนตกช่วงไหน อากาศโดยรวมเป็นอย่างไร เพื่อให้พืชหรือสัตว์ที่จะนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งสามารถอยู่ได้อย่างคงทนถาวรสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ได้ในอนาคต การที่เกษตรกรหันมาทำไร สวน แบบผสมนอกจากจะได้ประโยชน์จากการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าแล้ว ยังสามารถสร้างประโยชน์ในส่วนอื่นๆ ได้อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประหยัดแรงงานในการที่จะต้องทำในพื้นที่กว้างๆ …