การเป็นเกษตรกรที่ปลูกผักทำสวนทำไรเลี้ยงสัตว์ต้องทำอย่างไร

    ในตอนนี้นั้นสังคมกำลังมองว่าเมืองไทย หรือ ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบรูณ์ ในด้านแหล่งน้ำสถานที่ทำเลทำมาหากินอย่างมาก ซึ่งก็เหมาะแก่การเพราะปลูกอย่างมากไม่ว่าจะเป็นปลูกผักทำสวน ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ก็ดีไปหมดทุกอย่าง             วันนี้เราก็จะมาพูดถึงเกี่ยวกับการปลูกพืชที่เรียกว่าพืชรากเลื้อยอย่างเช่น ผักบุ้ง ตำลึง ถั่ว ฝัก แฝง อื่นๆ อีกมากมายถ้าหากถามว่ามันคืออะไรพืชรากเลื่อยพูดง่ายๆ ก็คือผักที่ไม่ได้ขึ้นเป็นลำต้นที่แน่นอน แล้วสามารถเก็บผลที่เดิมได้นั่นเองเพราะว่าพืชรากเลื้อย มักจะออกดอกออกผลแบบที่เราไม่คาดคิดว่าจะไปอยู่แห่งไหนเพราะว่าส่วนยอดของมันจะหาอาหารมาล่อเลี้ยงลำต้นพูดง่ายๆ ก็คือว่าที่ไหนมีแหล่งอาหารที่สมบรูณ์เจ้าพืชลากเลื้อยก็จะเลื้อยไปในทางนั้น เขาถึงเรียกว่าพืชเลื้อยและอีกอย่างก็คือการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ สัตว์ก็จำแนกออกไปอีกว่าสามารถเลี้ยงแล้วมันสามารถที่จะขายได้เร็ววัน หรือว่าเลี้ยงแล้วรอขายระยะยาวก็ว่ากันไปแล้วแต่เกษตรกรแต่ละคนอย่างเช่นการทำฟาร์มบ่อปลาการทำฟาร์มปลานี้นั้นข้อดีของมันก็คือ 1 ปี จะ สามารถส่งปลาขายในบ่อเราได้ 3 ครั้ง ตก 4เดือน ขายได้ 1 ครั้ง ก็แล้วแต่ชนิดของปลาว่าเป็นปลาอะไร เทคนิคการเลี้ยงของเกษตรกรก็ไม่เหมือนกันว่าจะเอาแบบฟาร์มพอเพียงหรือไม่ทำทำแบบฟาร์มพอเพียงก็จะเป็นการทำกรงเลี้ยงไก่ไว้บนบ่อเลี้ยงปลาหากไก่กินอาหารที่เรานำมาให้แล้วนั้นเวลาไก่ถ่ายออกมานั้นก็จะลงไปที่บ่อปลาแล้วก็จะกลายเป็นอาหารของปลาทำให้เราประหยัดและลดต้นทุนลงไปได้มากเลยและนี้ก็คือข้อดีของการทำการเป็นเกษตรกรที่ปลูกผักทำสวนทำไรเลี้ยงสัตว์

การปลูกพืชแบบเกษตรกรที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

  ปัจจุบันพืชจำผักพวกนั้นถือได้ว่าเป็นสิ่งที่คนไทยนิยมเก็บเอามารับประทานเป็นอาหารกันอย่างมากเลยก็ว่าได้ซึ่งก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายพืชผัก ไม่ว่าจะเป็น ผักบุ้ง ตำลึง แตงกวาง ถั่ว มะเขือ อื่นๆ อีกมากมายแต่ที่ชาวเกษตรนั่นเห็นว่ามันสามารถปลูกได้ง่ายแล้วก็สามารถนำเอามาทำเป็นอาหารได้ง่ายๆ หลากหลายเมนูนั่นก็เห็นจะเป็น ผักบุ้ง มันสามารถปลูกได้ง่ายและส่งออกไปขายได้อีกด้วยแล้วที่สำคัญมีหลากหลายสายพันธุ์เช่น สายพันธุ์ผักบุ้งไทย สายพันธุ์ผักบุ้งจีน สายพันธุ์ผักบุ้งกวางตุ้ง แต่ก็เหมือนกันหมดแต่แตกต่างอยู่ที่ลักษณะนั่นเองวิธีการปลูกก็คือพวกหน้าดินให้เป็นเหมือนเวลาทำนาแล้วก็นำเม็ดเมล็ดพืชพันธุ์ที่เราต้องการมาว่านลงไปแล้วก็ปลูกรอไม่ประมาณ 1 อาทิตย์ผักบุ้งที่เราปลูกก็จะออกผลผลิตออกมากแล้วเราก็สามารถเก็บเอาไปขายกระจายสู่ตลาดได้หรือจะเอามากินเป็น อาหารเองก็ได้ในตอนนี้ปัจจุบันนี้สามารถปลูกแบบในบ้านหรือตามตึกอาคารได้แล้วเพราะว่าเราสามารถปลูกแบบกระถางได้แล้วเหมือนปลูกต้นไม้เพราะว่าเราสามารถมีการกำหนดให้ลากไม้ของผักบุ้งให้อยู่ในทิศทางที่เรากำหนดแล้วเราก็จะได้เก็บมากินได้นั่นก็คือแนวความคิดแบบการปลูกแบบเกษตรกรแนวใหม่ที่เข้ากับสงคมไทยในตอนนี้อย่างมากซึ่งผลตอบรับก็ดีจนได้ถูกให้จัดให้เป็นเนื้อหาที่มีข้อมูลเอกสารอ้างอิงเกี่ยวกับการจดบันทึกว่าการเกษตรแบบเก่านั้นสามารถนำเข้ามาใช้กับแบบใหม่ได้โดยที่ไม่ต้องมีการลงทุนอะไรมากมายยึดหลักดั่งเดิมที่เป็นการปลูกพืชแบบเกษตรกรที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันและนี่ก็คือวิ๔แบบที่เรียกว่าเศรษฐกิจพอเพียงแบบฉบับเกษตรกรของหมูบ้านเลยก็ว่าซึ่งพูดได้เลยว่ามีแต่ได้กับได้กับคำว่าการปลูกพืชแบบเกษตรกร

การทำเกษตรแบบพอเพียงแบบฉบับพืชไร่ผลไม้

  หากถามว่าการทำไรทำนา นั้นเป็นการทำงานที่ยากลำบากไหม ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยความสำคัญเท่าไหร่ แต่รู้หรือไม่ว่า การทำงานแบบนี้นั้นถือว่าเป็นอาชีพที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ได้ดีกว่าอาชีพไหนๆ แต่ในวันนี้เราจะมาพูดถึงเกี่ยวกับการทำเกษตรแบบผสมผสาน แนวทางพอเพียงแบบฉบับพืชไร่ผลไม้ที่ให้ผลราคาสูงนั้นมีหลากหลายชนิด แต่ที่ยากจะเอามาแชร์การทำเกษตรกรที่ให้ผลตอบแทนสูง และ สามารถแปรรูปได้หลากหลายรูปแบบกับผลไม้ที่มีชื่อว่าทุเรียน ซึ่งการปลูกก็ง่ายเพียงแค่ปลูกแบบปกติธรรมมาเหมือนผลไม้ทั่วไป แต่ผลไม้ชนิดนี้นั้นจะออกผลแค่ปีละครั้ง หรือ ตามช่วงที่มันจะออกนั่นเองซึ่งผลไม้ชนิดนี้ อาจจะกินยากไปหน่อยแต่ก็ให้ราคาที่สูง เพราะ ว่ามันสามารถแปรรูปได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของเปลือกของทุเรียน นั้นมันสามารถนำมาตากแห้งแล้วทำมาทำเป็นเชื้อเพลิงได้หรือไม่ก็มาทำเป็นยากันยุงได้เวลาจุดไฟ และ ผลเนื้อในที่สุดนั้นมันก็มีรสชาติที่ปนไปด้วย ทั้งความหอมและความหวานละมุนเข้ากันด้วยดีไม่หวานไปกำลังพอดีแล้วข้อดีอีกอย่างของมันนั่นก็ คือ เวลากินไม่หมดเหลือที่เรามีทุเรียนจะเยอะจนเกินไปนั้นมันก็ยังสามารถมาทำทุเรียนทอดกรอบเพิ่มราคามูลค่าของพืชไร่ผลไม้ ชนิดนี้ได้อย่างดีแถมยังมีรสชาติที่ให้ความแปลกใหม่ ไม่เหมือนใครอีกด้วยซึ่งถ้าอยากจะลองไปชิมเองที่ต้น มันแล้วขอแนะนำที่ไร่แถวจังหวัดจันทบุรีและก็ระยอง 2 จังหวัดนี้เลยขอแนะนำเนื้อแน่นหวานมันมากสร้างผลกำไรให้กับเกษตรกรอย่างมากจนได้ถูกจัดให้เป็นสินค้า OTOP ประจำจังหวัดไปแล้วและที่สำคัญหาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกแล้วนอกจากที่นี่ที่เดียวจังหวัดจันทบุรีและก็ระยองเท่านั้นต้นตำหรับทุกเรียนทอด

การทำเกษตรไม่ใช่แค่ทำไร่นาอีกต่อไปสัตว์ก็เป็นสัตว์เกษตรได้เช่นกัน

ถ้าพูดถึงเกี่ยวกับคำว่าการทำเกษตรแล้วนั้น ทุกคนก็ต้องพูดถึงการทำไร่นาหรือการทำไร่ผลไม้ต่างๆ แต่จริงๆ แล้วนั้นมันไม่ได้มีเพียงแค่ไร่นาอีกต่อไป แล้ววันนี้สัตว์ก็สามารถนำมาเป็นสัตว์เกษตรได้เช่นกัน อย่างเช่น หมูหรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่าสุกรเพราะว่าเนื้อของหมูนั้น ให้ราคาแพงมากแล้วหมูหนึ่งตัวสามารถนำเอามาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ช่องทางเช่นส่วนหัวของหมูนั่นส่วนมากคนเราจะไม่นำมาใช้แต่คนจีนส่วนใหญ่ 90 เปอร์เซ็นต์ จะนำเอาหัวหมูมาเส้นไหว้ในงานต่างๆ เช่น ไหว้เจ้าแล้วส่วนหัวของหมู นั้นยังสามารถนำมารับประทานได้อีกด้วย นอกจากเนื้อแล้วที่รับประทานได้เครื่องในของหมู นั้นก็สามารถที่จะนำเอามารับประทานได้อีกด้วย โดยที่เราเลี้ยงหมูหนึ่งตัวตามหลักเกษตรมันก็สามารถประหยัด อะไรได้ไปหลายอย่างเลยอย่าง เช่น ต้นทุนในการไปซื้อเนื้อหมูที่ตลาดข้อดีของมันอีกอย่างก็ คือ เนื้อหมูที่เราเลี้ยงแบบตามหลักเกษตร นั้นไร้สารเร่งเนื้อแดงอย่างแน่นอนแล้วที่แน่นอนไปที่สุดนั่นก็ คือ เนื้อหมูของเรานั้นไม่รสชาติที่อร่อยไม่แพ้เนื้อหมูที่ถูกฉีด และ เร่งสารเนื้อแดงอีกด้วย หากเรากินเนื้อหมูที่กินสารเร่งเนื้อแดงมากเกินไปนั้นก็จะเกิดทำให้ร่างกายของเรารับสารที่ร่างกายของเราไม่ต้องการหากกินเข้าไปมากๆ ก็อาจจะทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ ดังนั้นคนไทยส่วนใหญ่จึงให้ความสำคัญกับคำว่า สัตว์เกษตร ที่เลี้ยงด้วยมือคนตามหลักคำว่า พอเพียงพออยู่พอใช้และที่แน่นอนเราสามารถส่งออกไปยังเพื่อนบ้าน หรือ ส่งขายตลาดถือว่าได้ราคาอีกต่อเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ ข้อดีที่เห็นได้อย่างจัดเจนและนี้ก็เป็นเครื่องการันตี และ ยืนยันได้เลยว่าการทำเกษตรไม่ใช่แค่ทำไร่นาอีกต่อไปสัตว์ก็เป็นสัตว์เกษตรได้ เช่นกัน